นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายโมฮามัด ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ร่วมเป็นประธานการประชุมสองเวทีเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ ได้แก่ การประชุมระดับรัฐมนตรีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย (JDS) ครั้งที่ 7 และการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-มาเลเซีย (JC) ครั้งที่ 16

การประชุมครั้งนี้มีขึ้นระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ 2 วันของรัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ต่อเนื่องจากการเยือนมาเลเซียของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนกรกฎาคม และการเยือนกัวลาลัมเปอร์ของนายสีหศักดิ์เมื่อเดือนกันยายน ทั้งสองฝ่ายยังหารือการเตรียมจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนระดับสูงเนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570

ความมั่นคงชายแดน

ทั้งสองประเทศจะเพิ่มการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและการลาดตระเวนชายแดนร่วม เพื่อปราบปรามการค้ายาเสพติดและการค้ามนุษย์ รวมถึงกระชับความร่วมมือด้านอาชญากรรมไซเบอร์และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และตั้งเป้าลงนามบันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือทางทหารในปี 2570

มาเลเซียจะยังคงทำหน้าที่ผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้ของไทย โดยนายสีหศักดิ์แสดงความยินดีต่อการแต่งตั้งผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่ของมาเลเซีย และย้ำว่ารัฐบาลไทยมุ่งมั่นต่อกระบวนการพูดคุย ซึ่งการลดความรุนแรงเป็นสิ่งจำเป็นต่อสันติภาพที่ยั่งยืน

การเดินทางและคมนาคมข้ามแดน

  • เร่งรัดโครงการสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 สุไหงโก-ลก–รันเตาปันจัง

  • หารือการฟื้นฟูบริการรถไฟสุไหงโก-ลก–รันเตาปันจัง และการขยายเวลาเปิดทำการของด่านพรมแดน

  • ตั้งคณะกรรมการร่วมระดับรัฐมนตรีด้านความร่วมมือการขนส่ง (JMC) เพื่อจัดทำแผนแม่บทการขนส่งข้ามแดนระหว่างภาคใต้ของไทยกับภาคเหนือของมาเลเซีย

ถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่กับบูกิตกายูฮิตัมของมาเลเซียสร้างเสร็จและเปิดใช้อย่างเป็นทางการโดยนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยมากที่สุดในปี 2568 นายสีหศักดิ์จึงให้คำมั่นว่าจะอำนวยความสะดวกการเดินทางข้ามแดนให้มากขึ้น

การค้าและการลงทุน

ทั้งสองฝ่ายยืนยันเป้าหมายการค้าทวิภาคี 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570 โดยในปี 2568 มาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในอาเซียน และอันดับ 5 ของโลก รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียประเมินว่ามูลค่าการค้าปัจจุบันอยู่ที่ราว 28,000 ล้านดอลลาร์ และหากการค้าชายแดนมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็จะสามารถทำได้เกินเป้าหมาย

นอกจากนี้ ที่ประชุมตกลงจัดการประชุมคณะกรรมการการค้าร่วม (JTC) ครั้งที่ 4 โดยเร็ว เชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนโดยเน้นอุตสาหกรรมยางพาราและฮาลาล ส่งเสริมการชำระเงินข้ามแดนผ่าน QR Code และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อเสนอโครงข่ายไฟฟ้าพลังงานสะอาดเชื่อมไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์

ก้าวต่อไป

ทั้งสองประเทศจะเร่งจัดทำบันทึกความเข้าใจด้านการศึกษาและแรงงานเพื่อลงนามในการหารือประจำปีระดับนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 8 ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในปี 2570 และจะทบทวนกลไกอาเซียนว่าด้วยมลพิษหมอกควันข้ามแดน ขณะที่มาเลเซียยืนยันสนับสนุนไทยในการเป็นประธานอาเซียนปี 2571 และจะเป็นเจ้าภาพการประชุม JDS ครั้งที่ 8 และ JC ครั้งที่ 17 ที่กัวลาลัมเปอร์